วันพุธที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

เห็ดหลินจือแดง

"เห็ดหลินจือแดง" อีกทางเลือกในการป้องกันโรคมะเร็ง
"โรคมะเร็ง" ยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ติดต่อกันมานานถึง 7 ปีแล้ว ขณะนี้ในประเทศไทยมีแนวโน้มพบผู้ป่วยโรคมะเร็งเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ซึ่งมีโรคมะเร็งมากกว่า 100 ชนิดที่สามารถเกิดขึ้นกับอวัยวะในร่างกาย โดยในปี 2550 มีคนไทยเสียชีวิตจากโรคมะเร็งทุกชนิด 53,434 ราย คิดเป็นร้อยละ 14 ของผู้เสียชีวิตทุกสาเหตุ มีผู้ป่วยรายใหม่ปีละ 120,000 ราย สำหรับโรคมะเร็งที่พบในผู้ชายมากที่สุด ได้แก่ มะเร็งลำไส้ใหญ่/ทวารหนัก รองลงมาคือมะเร็งปอด และมะเร็งตับตามลำดับ ส่วนในผู้หญิงพบมะเร็งเต้านมมากที่สุด รองลงมาคือมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งลำไส้ใหญ่
ทว่ามะเร็งร้อยละ 40 สามารถป้องกันได้ โดยปรับเปลี่ยนพฤติกรรม อาทิ ลดการสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า หันมาทานอาหารสุขภาพ เพิ่มผักผลไม้ให้ได้วันละครึ่งกิโลกรัม ออกกำลังกายให้ได้วันละ 30 นาที การรักษามะเร็งแต่ละชนิดจะไม่เหมือนกัน โดยมีวิธีการรักษาที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอวัยวะที่เป็นมะเร็ง ระยะของมะเร็ง สภาพร่างกาย และความเหมาะสมของผู้ป่วยมะเร็ง การรักษาจะยากหรือง่ายขึ้นอยู่กับชนิดของเซลล์ มะเร็งและการดำเนินโรคของมะเร็งด้วย

เป็นช่วงเวลากว่าสองพันปีมาแล้วที่มีการค้นพบว่าใน "เห็ดหลินจือแดง" มีสารสำคัญกว่าร้อยชนิดที่มีสรรพคุณสำคัญทางการแพทย์ หนึ่งในนั้นคือ "มีฤทธิ์ต้านมะเร็ง" โดยการส่งเสริมภูมิคุ้มกัน กระตุ้นให้เม็ดเลือดขาวสร้างสารต้านมะเร็งโดยเฉพาะใน "เห็ดหลินจือแดง" ที่ช่วยเพิ่มความต้านทานโรคมะเร็งได้ดี เพราะมีโพลิแซ็กคาไรด์ สารสำคัญที่ช่วยสร้างระบบคุ้มกันของร่างกาย ช่วยเพิ่มปริมาณเม็ดเลือดขาวเพื่อจัดการกับเชื้อโรคต่างๆ ที่สำคัญยังมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยสกัด ยับยั้งการเกิดมะเร็งอีกทาง

นักวิทยาศาสตร์พบว่า ในเห็ดหลินจือมีสารต่างๆ ที่เป็นประโยชน์กับร่างกายกว่า 250 ชนิด ซึ่งสารต่างๆ เหล่านี้ทำงานประสานกันได้อย่างน่าอัศจรรย์ ส่งผลให้ร่างกายเกิดความสมดุล เพิ่มพลังในการป้องกันและบำบัดโรคที่ธรรมชาติมอบให้ก็จะกลับมาทำงานได้ดังเดิม นอกจากนี้ เห็ดหลินจือยังมีผลต่อการขยายหลอดเลือด ลดการทำลายของสารอนุมูลอิสระที่ทำให้ผนังหลอดเลือดแข็งตัว มีผลการเกาะตัวของไขมัน คอเรสเตอรอล หรือเกล็ดเลือดในหลอดเลือดแข็งตัว ผลดีที่น่าสนใจคือ การเสริมสมรรถภาพทางเพศ โดยช่วยขยายหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงอวัยวะเพศ และผลดีในการชะลอความแก่ ไม่เพียงแต่ผิวพรรณเท่านั้น แต่ชะลอการเสื่อมสภาพของอวัยวะภายในด้วย เช่น สมอง หัวใจ ตับ ไต เป็นต้น

"เห็ดหลินจือยังประกอบด้วยสารอาหารที่ครบและสมดุล นั่นคือวิตามิน แร่ธาตุและโปรตีนในปริมาณสูงเพียงพอที่จะเสริมภาวะขาดแคลนต่างๆ ของร่างกาย ทั้งยังมีสารอื่นๆ อีกมากมาย ที่ช่วยแก้ไขระบบเผาผลาญอาหารให้คืนสู่สภาวะปกติ นอกจากนี้ยังพบฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่สำคัญมากในเห็ดหลินจือ ซึ่งช่วยกระตุ้นให้วิตามินดีทำหน้าที่ดูดจับแคลเซียมเข้ากระดูก ช่วยให้กระดูกแข็งแรง ป้องกันภาวะกระดูกพรุนได้ และที่สำคัญเห็ดหลินจือมีสารทำให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรง ฉะนั้นในผู้ที่รับประทานเห็ดหลินจือเป็นประจำ โอกาสเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจวายจึงมีน้อยมาก"

ในญี่ปุ่นมีการใช้เห็ดหลินจือควบคู่กับเคมีบำบัดในการรักษาโรคมะเร็ง ช่วยแก้พิษจากรังสี คีโม เช่น ท้องเสีย อักเสบจากการฉายรังสี เม็ดเลือดขาวต่ำจากคีโม อาการปวดจากพิษบาดแผล สำหรับในประเทศไทย น.พ.สุพล มโนรมณ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเคมีบำบัด สถาบันมะเร็งแห่งชาติ เปิดเผยว่า ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติได้ศึกษาวิจัยพบผู้ป่วยมะเร็งตับในคนไทย ด้วยการนำสารสกัดโปรตีโอไกลแคน(Proteoglycan)มาศึกษาคุณสมบัติในการสร้างภูมิต้านทานของร่างกายด้วยการรับประทาน โดยมีอาสาสมัครคนไทยที่เป็นมะเร็งตับระยะสุดท้ายเข้าร่วม 44 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่สามารถทำการผ่าตัด หรือรักษาด้วยเคมีบำบัดได้ โดยได้ใช้เวลาศึกษาและติดตามผลเป็นเวลา 3 ปี แบ่งกลุ่มผู้ป่วยออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่รับประทานสารสกัดโปรตีโอไกลแคน จำนวน 34 คน และกลุ่มที่รักษาปกติ หรือประคับประคอง จำนวน 10 คน ในกลุ่มผู้ที่ไดรับประทานจะได้รับสารสกัดโปรตีนโอไกลแคน วันละ 6 กรัม และได้ผลการวิจัย สรุปว่า กลุ่มผู้ป่วยที่รักษาแบบประคับประคองเสียชีวิตทั้งหมด ในเวลาเฉลี่ย 3.5 เดือนและกลุ่มที่รับประทานสารสกัดโปรตีนโอไกลแคน ยังมีชีวิตอยู่สูงถึง 73% ทำให้การมีชีวิตอยู่ได้นานกว่า และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผลการตรวจพบว่า ระดับสารอินเตอร์ลิวคีน 12(IL12) และสารอินเตอร์เฟอรอนแกมมา(IFN-y)เพิ่มขึ้น ซึ่งบ่งชี้ว่า ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมีประสิทธิภาพสูงขึ้น โปรตีโอไกลแคนจึงสามารถใช้เป็นตัวกระตุ้นภูมิต้านทานด้วยการรับประทานได้ น.พ.สุพล ยังกล่าวอีกว่า การรักษามะเร็งในทางการแพทย์ปัจจุบัน มีการพัฒนายาใหม่ตลอดเวลา มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ผลข้างเคียงของยาช่วยให้โอกาสของผู้ป่วยมะเร็งอยู่รอดมีมากขึ้น

สำหรับกลุ่มผู้ป่วยภูมิแพ้(Allergy) มีสาเหตุจากเซลล์เม็ดเลือดขาว พบว่าในผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ ร่างกายมีเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ดีคอยเตือนไม่ให้รับสิ่งแปลกปลอมคือสารที่แพ้ กล่าวคือเมื่อร่างกายได้รับสารที่แพ้ เซลล์เม็ดเลือดขาวเหล่านี้จะแตกและหลั่งสารฮีสตามีน ซึ่งมีผลทำให้เกิดอาการแพ้ อาทิ น้ำมูก น้ำตาไหล ผื่นคัน แผลพุพองบวม เป็นหอบหืด จนถึงช็อก หัวใจวาย หรือเสียชีวิตได้

เห็ดหลินจือจะมีผลไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเม็ดเลือดขาว ช่วยให้ร่างกายจัดการกับอาการผิดปกติต่อระบบภูมิคุ้มกัน มีผลดีต่อผู้ที่เป็นภูมิแพ้ เบาหวานที่แผลหายยากเป็นหวัดเจ็บคอบ่อย ช่วยลดอัตราการเกิดมะเร็ง ทั้งยังช่วยผู้ป่วยเอดส์ให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างคนปกติ นอกจากนี้ ยังพบด้วยว่าในเห็ดหลินจือมีสารที่เป็นพิษต่อเซลล์เนื้องอกที่ก่อตัวในร่างกาย ป้องกันไม่ให้มันเติบโต และกลายพันธุ์เป็นเซลล์มะเร็งได้

นับได้ว่าเห็ดหลินจือมีสรรพคุณมากมายสมคำร่ำลือ หากแต่ในการนำมาใช้นั้นผู้บริโภคควรศึกษาอย่างรอบด้านให้ดีเสียก่อน หรือปรึกษาแพทย์เพื่ออาจนำมาใช้ร่วมกับการรักษาของแพทย์แผนปัจจุบัน เพื่อให้เกิดผลดีต่อชีวิตอย่างแท้จริง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น